เหตุผลของคน (ยัง) ไปเที่ยว “เกาะเสม็ด”

เกาะเสม็ด

การที่จะเลือกไปเที่ยวหรือพักผ่อนที่ใดที่หนึ่งนั้น แน่นอนว่าแต่ละคนย่อมมีเหตุผลเป็นของตัวเอง อย่างเช่นการเลือกมาเที่ยวทะเลนั้น บางคนก็ว่ามาเล่นน้ำให้คลายร้อน บางคนก็อยากมานอนฟังเสียงคลื่นให้คลายเหงา

สำหรับ “เกาะเสม็ด” จ.ระยอง แม้ว่าวันนี้ภาพลักษณ์ทางการท่องเที่ยวของเกาะจะเสียหายไปจากเหตุการณ์วิกฤติน้ำมันรั่ว แต่กระนั้นก็ยังมีใครอีกหลายคนที่ยังคงเดินทางไปท่องเที่ยวที่เกาะเสม็ดกัน ซึ่งนี่คือเหตุผลหลักๆของ คนที่ไปเที่ยวเกาะเสม็ดที่เราได้ประมวลมา

เริ่มจากเหตุผลแรก “ทะเลสวยๆ อยู่ไม่ไกลกรุงเทพฯ” เนื่องจากว่าเกาะเสม็ด ตั้งอยู่ใน จ.ระยอง ซึ่งใช้เวลาเดินทางจากกรุงเทพฯ ไปถึงท่าเรือข้ามไปยังเกาะเสม็ดประมาณ 3 ชั่วโมง จากนั้นนั่งเรือข้ามไปเกาะเสม็ดใช้เวลาอีกประมาณ 30-45 นาที สำหรับเรือโดยสาร และ 15-20 นาที สำหรับเรือสปีดโบ๊ท

ด้วยระยะเวลาการเดินทางที่ไม่นานนัก ก็มาถึงเกาะเสม็ด ที่ตั้งอยู่ในทะเลอ่าวไทย และมีความสวยงามไม่แพ้ทะเลไหนๆ เลย

เกาะเสม็ดนั้นประกอบไปด้วยชายหาดที่เป็นหาดทรายขาวสะอาด และหาดหิน รวมๆ แล้วเกือบ 20 หาด ในส่วนที่เป็นหาดทรายขาวๆ สวยๆ มีทรายละเอียดนุ่มเท้าให้เดินเล่นนั้นก็มีให้เลือกตั้งแต่หาดที่คึกคักเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยว อย่างเช่น หาดทรายแก้ว อ่าววงเดือน หรือจะเป็นหาดทรายสงบๆ เงียบๆ เหมาะกับการพักผ่อน เช่น อ่าวช่อ อ่าวลุงดำ อ่าวปะการัง เป็นต้น นี่ยังไม่รวมไปถึงอ่าวพร้าว ที่ตั้งอยู่ทางตะวันตกของเกาะ และเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกที่สวยงามที่สุดของเกาะเสม็ด ซึ่งวันนี้อ่าวพร้าวต้องปิดตัวชั่วคราวอันเนื่องมาจากวิกฤติน้ำมันรั่วตามที่ปรากฏเป็นข่าวฉาวไปทั่ว

ศรัณยา แฮสเลอร์ นักท่องเที่ยวที่เลือกมาเที่ยวที่เกาะเสม็ดหลังเกิดเหตุน้ำวันรั่วไม่นาน เล่าว่า เมื่อก่อนที่ตนยังอยู่ที่ประเทศไทย ก็จะมาเที่ยวเกาะเสม็ดบ่อยมาก เรียกว่ามาเกือบทุกเดือน หรือช่วงที่มีวันหยุดก็จะเลือกมาพักผ่อนที่เกาะเสม็ด เนื่องจากอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ เดินทางไม่นานก็มาถึงแล้ว โดยจะเลือกมาพักผ่อนที่อ่าวลุงดำเป็นประจำ เนื่องจากยังมีความเป็นธรรมชาติอยู่มาก ชายหาดก็ขาวสะอาดและเงียบสงบดี

“ตอนนี้ย้ายไปอยู่ที่ประเทศอังกฤษแล้ว แต่ถ้าได้กลับมาเมืองไทยเมื่อไหร่ก็จะต้องกลับมาเที่ยวที่เสม็ดตลอด อย่างครั้งนี้ก็มาพักที่อ่าวลุงดำประมาณ 1 สัปดาห์ พาสามี (ชาวอังกฤษ) ลูกชาย และครอบครัวมาพักผ่อนด้วย ที่นี่อากาศดี น้ำใส พักผ่อนได้อย่างเต็มที่”

นอกจากเหตุผลที่ว่าทะเลสวยใกล้กรุงแล้ว ก็ยังมีเหตุผลอื่นๆ ตามมาอีกมากมาย อย่างเช่น “มีกิจกรรมหลากหลาย” เพราะบนเกาะเสม็ดนั้น นอกจากจะมาเที่ยวพักผ่อนแล้ว ก็ยังมีกิจกรรมทางน้ำให้เลือกเล่นมากมาย ตั้งแต่ลงไปเล่นน้ำบริเวณชายหาดน้ำใสๆ เดินชิลล์ๆ รับลมทะเล เล่นบานาน่าโบ๊ตเพิ่มความตื่นเต้นให้ชีวิต พายเรือคายัค เล่นพาราเซลลิ่ง ขี่มอเตอร์ไซค์หรือรถ ATV รอบๆ เกาะ แล้วก็ยังมีกิจกรรมดำน้ำชมปะการังรอบเกาะเสม็ด และบริเวณเกาะใกล้เคียง อาทิ เกาะกุฎี เกาะทะลุ เกาะขาม สัมผัสความงามของโลกใต้ทะเล

ส่วนยามค่ำคืนนั้น บนเกาะเสม็ดก็มีบางหาดที่มีความคึกคัก มีสีสันความสนุกริมหาด เช่น หาดทรายแก้ว และ อ่าววงเดือน จะมีร้านอาหารทะเล และร้านอาหารตามสั่งทั่วไป รวมไปถึงหาบเร่ แผงลอย และร้านอาหารรถเข็น ตั้งเรียงรายอยู่ริมชายหาด ให้นักท่องเที่ยวได้เลือกกินเลือกชิมตามชอบ และในช่วงค่ำๆ ตั้งแต่ประมาณ 19.00 น. เป็นต้นไป บริเวณหาดทั้งสองแห่งนี้จะคึกคักมากขึ้น เพราะร้านอาหารแต่ละร้านจะจัดให้มีการแสดงโชว์ควงไฟ เป็นที่ตื่นตาตื่นใจของนักท่องเที่ยวอย่างมาก

“เดินทางสะดวก” การเดินทางมาเกาะเสม็ดนั้นแสนจะสะดวกสบาย ใช้ทางหลวงหมายเลข 3 (ถนนสุขุมวิท) หรือใช้เส้นทางมอเตอร์เวย์ จนมาถึงระยอง แล้วเลี้ยวซ้ายวิ่งไปบ้านเพ โดยมาได้ทั้งมารถส่วนตัว รถทัวร์ปรับอากาศ และรถตู้ ซึ่งใครที่มาด้วยรถส่วนตัวก็มีสถานที่ฝากจอดรถบริเวณใกล้ๆ กับท่าเรือด้วย

ส่วนการเดินทางข้ามไปยังเกาะเสม็ดนั้นก็มีให้เลือกทั้งเรือโดยสารทั่วไป และเรือสปีดโบ๊ท ซึ่งก็มีท่าเรือให้เลือกหลายท่าด้วยเช่นกัน และเมื่อขึ้นถึงเกาะเสม็ดแล้ว การเดินทางบนเกาะเสม็ดนั้นก็มีรถสองแถวบริการรอบเกาะ มีรถมอเตอร์ไซค์ และรถ ATV ให้เช่า สำหรับรถมอเตอร์ไซค์นั้นแนะนำเฉพาะคนที่ขี่เป็นเท่านั้น เพราะเส้นทางถนนบนเกาะเสม็ดยังไม่ดีนัก ส่วนใหญ่เป็นลูกรังและเป็นหลุมเป็นบ่อ โดยเฉพาะในฤดูฝนถนนจะลื่นมาก คนที่ไม่ชำนาญอาจเกิดอุบัติเหตุได้

และเหตุผลสุดฮิตของเหล่าวัยรุ่น (และวัยไม่รุ่นบางคน) ก็มักจะบอกว่า “อยากไปเสม็ด เพราะเขาบอกว่าจะเสร็จทุกราย” ซึ่งหากถามเหล่าวัยรุ่นช่วงมัธยมปลายจนถึงมหาวิทยาลัย ก็มักจะให้เหตุผลนี้ในการรวมตัวไปเสม็ด ไม่ว่าจะไปกับกลุ่มเพื่อนหรือคู่รัก

วลี “ไปเสม็ด เสร็จทุกราย” ที่เคยได้ยินกันมาหลายสิบปีนั้น มีต้นเหตุมาจากบรรยากาศและความสวยงามของธรรมชาติบนเกาะเสม็ดเมื่อ 30-40 ปีก่อน บนเกาะเสม็ดนั้นยังสงบ สะอาด สวยงาม ไม่ได้มีที่พักหรือร้านค้ามากมายเหมือนในปัจจุบันนี้ คนที่มาเที่ยวยังเกาะเสม็ดก็จะได้ซึมซับความเป็นธรรมชาติอย่างเต็มที่

ช่วงบ่ายๆ เย็นๆ อาจจะเดินเล่นริมชายหาด ส่วนพอตกค่ำ ก็มานั่งฟังเสียงคลื่น นั่งดูดาว เป็นบรรยากาศโรแมนติกที่ประทับใจไม่รู้ลืม ที่ว่าเสร็จทุกรายนั้น ก็คือนักท่องเที่ยวต่างติดใจบรรยากาศบนเกาะจนต้องกลับมาเยือนอีกครั้ง (แต่บางคนก็บอกว่า บรรยากาศบนเกาะโรแมนติกมากๆ ถ้าได้ไปกับคู่รักก็ยิ่งฟิน!!)

และนั่นก็คือเหตุผลหลักๆของคนไปเที่ยวเสม็ด ซึ่งนอกจากนี้ก็ยังมีเหตุผลอีกหลากหลาย ตามรสนิยมความชอบของแต่ละคน

อย่างไรก็ดีหลังเกิดเหตุการณ์วิกฤติน้ำมันรั่ว ได้ทำให้เหตุผลในการไปเที่ยวเสม็ดสั่นคลอนลงด้วยเหตุผลของความไม่มั่นใจในเรื่องของน้ำทะเล สารปรอท มลพิษ และอาหารทะเลเข้ามาแทนที่ แต่กระนั้นก็ยังมีคนเดินทางมาเที่ยวเสม็ดกันอยู่ไม่น้อยตามเหตุผลหลักที่กล่าวมาข้างต้น

ขณะที่บางคนอย่าง “ลูกโป่ง” นักท่องเที่ยวสาวจากรุงเทพฯ ที่ได้เดินทางไปเที่ยวเสม็ดเมื่อช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เล่าว่า เธอจองแพ็กเกจมาเที่ยวเสม็ดล่วงหน้านานแล้ว แต่เมื่อมาเกิดปัญหาเรื่องน้ำมัน ก็พยายามจะยกเลิก แต่ยกเลิกไม่ได้ เธอจึงตัดสินใจมา ซึ่งก็เห็นว่าเกาะเสม็ดยังเที่ยวได้ตามปกติ แต่เธอไม่กล้าที่จะลงเล่นน้ำกับกินอาหารทะเล

นอกจากนี้ลูกโป่งยังพูดถึงเหตุการณ์ที่วิกฤติน้ำมันเกิดขึ้นว่า อยากให้บริษัทน้ำมันกับภาครัฐนำความจริงมาเปิดเผยว่าเกิดอะไรขึ้น อย่าปกปิดข้อมูล เพราะเมื่อเกิดเหตุที่ไม่ดีอันเนื่องมาจากการปกปิดข้อมูล ผลกระทบมันจะยิ่งเลวร้ายมากขึ้นไปอีก

ด้าน”หลิว ซิน หยุน” สาวชาวจีนที่มาเกาะเสม็ดเป็นครั้งแรก เปิดเผยว่า เกาะเสม็ดเป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของคนจีน แต่พอเกิดเหตุน้ำมันรั่วขึ้น คนจีนกลัวไม่กล้ามา แต่จะเช็คข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตอยู่เสมอ แต่เมื่อพอรู้ข่าวว่าสถานการณ์คลี่คลาย ทะเลเสม็ดไม่น่ากลัวเหมือนต่อเกิดน้ำมันรั่ว สามารถมาเที่ยวได้ก็เดินทางมาเที่ยวตามปกติ

และนี่ก็คือเหตุผลหลักๆของคนมาเที่ยวเกาะเสม็ด ซึ่งแม้วันนี้ภาพลักษณ์ของเกาะเสม็ดจะเสียไปกับเหตุการณ์น้ำมันรั่วที่ทำการท่องเที่ยวทรุดสูญรายได้ไปนับพันล้าน แต่สำหรับคนบนเกาะเสม็ดแล้ว พวกเขายังยืนยันว่าเกาะเสม็ด 90 % สามารถเที่ยวได้ตามปกติ จะมีก็แต่ที่อ่าวพร้าวเท่านั้นที่ยังปิดอ่าวไม่ให้เที่ยว

อีกทั้งพวกเขายังหวังว่าเกาะเสม็ดจะฟื้นตัวทางการท่องเที่ยวโดยเร็วทันช่วงไฮซีซั่นของปีนี้ เพราะถ้าไม่ทันนั่นหมายหมายความว่าคนบนเกาะเสม็ดจะต้องทุกข์ระทมไปกับบาดแผลวิกฤติน้ำมันรั่วที่ตัวเองไม่ได้ก่อต่อไปอีก

ผู้จัดการออนไลน์